2.ลัทธิคิวบิสม์ (Cubism)

ลัทธินี้ ศิลปินต้องการแสดงถึงความยุ่งเหยิง ภาพส่วนใหญ่มีรูปทรงเรขาคณิต และ มักเป็นทรงสี่เหลี่ยมลูกบาศก์ ศิลปินที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ ปิกาสโซ (Picasso) เขาเกิดที่สเปน แต่ย้ายมาอยู่ฝรั่งเศสในภายหลัง เขาชอบวาดภาพแบบเซซานและโลเทรค นิยมใช้สีชมพูและสีฟ้าเป็นหลัก ต่อมาเขาเริ่มมีผลงานที่เป็นแนวคิวบิสม์เด่นชัดมากขึ้น เริ่มวาดภาพคน ชายหรือหญิงที่ตัวใหญ่ๆ มีเรือนร่างผิดปกติ มีรูปทรงแบบเรขาคณิต มีตา จมูก ปากสลับที่กัน ปิกาสโซได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่ยิ่งใหญ่ และเป็นผู้บุกเบิกแนวศิลปะสมัยใหม่ได้อย่างยอดเยี่ยม

ทัศนศิลป์ลัทธิคิวบิสม์ (Cubism Visual Art) เป็นลัทธิที่ปฏิรูปทัศนศิลป์ให้แตกต่างจากสิ่งที่เคยมีมา จากคำพูดของเซซานที่ว่า ถ้าจะเข้าใจรูปทรงภายนอก จงมองรูปทรงเหล่านั้นเป็นเหลี่ยมเป็นลูกบาศก์ง่าย ๆ คำกล่าวและการกระทำของเซซาน จึงเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดสร้างสรรค์งานเกี่ยวกับรูปทรงใหม่ในกลุ่มนี้ ผู้ที่ริเริ่มนำแนวความคิดนี้มาใช้ในงานจิตรกรรมอย่างจริงจัง คือ ปิคัสโซ (Picasso) และบร๊าค (Braque)

สุนทรีภาพและรูปแบบงานจิตรกรรมลัทธิคิวบิสม์ ได้แก่
1. ส่วนใหญ่เป็นรูปทรงเรขาคณิต
2. เป็นภาพที่เกิดจากการตัดทอน
3. รูปทรงส่วนใหญ่เป็นแบบเรขาคณิต เป็นลูกบาศก์ จึงเป็นชื่อของคิวบิสม์
4. แสดงเรื่องราวของชีวิตยุ่งเหยิงด้วย รูปทรง สี และรูปร่าง
5. แสดงมิติ ด้วยรูปทรง ขนาด การซ้อนกัน บังกัน โปร่งใส คล้ายภาพเอกซเรย์
6. รูปแบบกึ่งนามธรรม คือ มีตัวตนและไม่มีตัวตนให้ชัดเจน

สาเหตุการสร้างงานทัศนศิลป์ลัทธิคิวบิสม์ คือ
1. ตอบสนองด้านจิตใจและอารมณ์ ของผู้สร้างและผู้ชมโดยเปิดโอกาสให้ผู้ชมคิดอย่างเสรีภาพและใช้ปัณณาพินิจพิจารณาด้วยตนเอง
2. เชื่อในสิ่งที่เห็นทุกอย่างของรูปทรงสามารถมองได้หลายๆด้านเป็นเหลี่ยมปริมาตร

ศิลปินกลุ่มคิวบิสม์มีอยู่มากมาย แต่จะกล่าวเพียง 2 คน เพราะมีผลงานเป็นเครื่องยืนยันมากว่าผู้อื่น
1. ปิคัสโซ (Picasso) ค.ศ. 1881 – 1973 เป็นผู้นำกลุ่มชาวสเปนที่ได้แนวทางจากกลุ่มโพสต์อิมเพรสชั่นนิสม์ จึงได้นำมาปรับปรุงตัดทอนจนได้แนวความคิดที่ว่า จงมองสิ่งต่าง ๆ ให้เป็นเหลี่ยมหรือลูกบาศก์
2. บร๊าค (Braque) จิตรกรชาวฝรั่งเศส รู้จักปิคัสโซ ปี ค.ศ. 1908 และเริ่มต้นศิลปะในแนวทางเดียวกันกับปิคัสโซ